%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99 - ทำเงินใน 24 ชั่วโมง
More information
15.12. 2016 00:00  | 

ไบนารีออปชั่นเป็นเครื่องมือจำเป็นสู่ความสำเร็จในการเทรด กลยุทธ์ไบนารีออปชั่นกำหนดสิ่งที่คุณลงทุน วิธีการลงทุนและวิธีการเพิ่มความสำเร็จในการเทรด คู่มือนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจลักษณะของกลยุทธ์ไบนารีออปชั่นและช่วยคุณวางกลยุทธ์ที่ปลอดความเสี่ยง

บทความเกี่ยวกับไบนารีออปชั่นจะตอบคำถามต่อไปนี้

  • กลยุทธ์ไบนารีออปชั่นคืออะไร
  • ทำไมต้องมีกลยุทธ์ไบนารีออปชั่น
  • มีกลยุทธ์ไบนารีออปชั่นประเภทใดบ้าง
  • ตัวอย่างของกลยุทธ์เทรดดิ้งมีอะไรบ้าง
  • ต้องทำอย่างไรถึงจะเจอกลยุทธ์ที่ต้องการแบบไม่ต้องเสี่ยงกับการขาดทุน
  • ตัวอย่างไบนารีออปชั่นใดเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดที่จะช่วยฉันหากลยุทธ์ที่เหมาะสม

การรู้คำตอบของคำถามเหล่านี้จะทำให้คุณรู้เกี่ยวกับกลยุทธิ์ไบนารีออปชั่นได้มากกว่านักลงทุนคนอื่นๆ นอกจากนั้นคุณยังมีแผนที่เป็นรูปเป็นร่างเพื่อสร้างกลยุทธ์ของคุณเองได้อย่างปราศจากความเสี่ยง เมื่อคุณเริ่มเทรดด้วยเงินจริงๆ คุณจะได้มีกลยุทธ์ที่คุณมั่นใจได้ว่าจะสร้างกำไรให้กับคุณ

กลยุทธ์ไบนารีออปชั่นคืออะไร

กลยุทธ์ไบนารีออปชั่นจะแสดงให้เห็นสิ่งที่คุณลงทุน เวลาที่คุณลงทุนและวิธีการที่คุณลงทุน ด้วยจุดประสงค์นี้เอง กลยุทธ์นี้จะกำหนดวิธีที่คุณจะพบโอกาสในการเทรดและวิธีการตอบสนองต่อโอกาสเหล่านั้น หากคุณมีกลยุทธ์ คุณจะรู้อยู่เสมอว่าคุณต้องทำอย่างไรและการเทรดของคุณจะไม่ได้เกิดจากการคาดเดา

นักลงทุนไบนารีออปชั่นรู้ว่ากลยุทธ์ย่อย 3 กลยุทธ์ ดังต่อไปนี้

  1. กลยุทธ์เทรดดิ้ง กลยุทธ์นี้กำหนดวิธีการค้นหาโอกาสในการเทรดที่นำไปสู่กำไรและไบนารีออปชั่นประเภทใดที่คุณจะใช้เทรด
  2. กลยุทธ์จัดการทางการเงิน กลยุทธ์นี้กำหนดจำนวนเงินลงทุนต่อการเทรดหนึ่งครั้ง
  3. กลยุทธ์การวิเคราะห์และการพัฒนา กลยุทธ์นี้จัดการกับการเทรดในอดีตของคุณและพยายามระบุว่าส่วนใดในการเทรดของคุณที่นำมาซึ่งกำไรและส่วนใดนำมาซึ่งความสูญเสียเพราะฉะนั้นกลยุทธ์นี้จะช่วยให้คุณพัฒนาจุดอ่อนและกำจัดจุดอ่อนของคุณ

กลยุทธ์ไบนารีออปชั่นทุกประเภทเป็นปัจจัยที่มีความจำเป็นต่อความสำเร็จในการเทรดของคุณ หากละทิ้งกลยุทธ์ใดกลยุทธ์หนึ่งหรือไม่ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดจะทำลายความสำเร็จในการเทรดของคุณได้และนำมาซึ่งการขาดทุนอย่างแน่นอน ไบนารีออปชั่นที่มีประสิทธิภาพต้องรวมทั้งสามกลยุทธ์ย่อยนี้ไว้ด้วยกันเป็นกลยุทธ์หลักกลยุทธ์เดียว

โดยเฉพาะนักลงทุนรายใหม่ๆที่มักจะเน้นไปที่กลยุทธ์เทรดดิ้งเพียงอย่างเดียว ในความเข้าใจของพวกเขา เทรดดิ้ง หมายถึงการหาโอกาสการลงทุนที่นำมาซึ่งกำไรแต่พวกเขากลับไม่รู้ว่ายังมีกลยุทธ์ที่มีความจำเป็นอีกสองข้อที่พวกเขาควรให้ความสนใจ

ทำไมต้องมีกลยุทธ์ไบนารีออปชั่น

ความสำเร็จในระยะยาวกับการลงทุนไบนารีออปชั่นจะเป็นไปไม่ได้หากปราศจากกลยุทธ์ เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจความสัมพันธ์ มาศึกษากันว่าทำไมเราจำเป็นต้องมีกลยุทธ์ย่อยแต่ละกลยุทธ์

1. ทำไมฉันจำเป็นต้องมีกลยุทธ์เทรดดิ้ง

การมีกลยุทธ์เทรดดิ้งที่ชัดเจนก่อให้เกิดประโยชน์ 2 ข้อได้แก่

  1. กำจัดความรู้สึกและอารมณ์ออกจากการเทรดของคุณ
  2. ทำให้คุณสามารถเทรดซ้ำอีกได้

ประโยชน์ทั้งสองนี้จะช่วยให้คุณหาโอกาสในการเทรดที่ดีขึ้น การจำกัดความรู้สึกและอารมณ์ออกจากการเทรดของคุณ กลยุทธ์รับประกันว่าคุณจะทำสิ่งเหมือนกันทั้งสองสถานการณ์ การเทรดซ้ำได้จะทำให้คุณสามารถประเมินการเทรดของตัวเอง

หลังจากเทรดไปแล้ว 50 ครั้ง คุณจะรู้ว่ากลยุทธ์ที่ใช้อยู่ปัจจุบันนั้นดีพอที่จะสร้างกำไรให้คุณหรือไม่ ถ้าดีพอ คุณก็สามารถใช้กลยุทธ์นี้ต่อไปได้และรู้ว่าจำนวนเงินในบัญชีของคุณจะเพิ่มขึ้นในระยะยาว ถ้าไม่ดีพอ คุณสามารถพัฒนากลยุทธ์นี้โดยใช้กลยุทธ์ย่อยประเภทที่สามคือ กลยุทธ์การวิเคราะห์และการพัฒนา

หากไม่มีกลยุทธ์ไบนารีออปชั่นที่ชัดเจนก็ไม่มีประโยชน์ ขึ้นอยู่กับความรู้สึกของคุณที่มีต่อสินทรัพย์นั้นๆ บางครั้งคุณอาจลงทุนเมื่อราคาสูงและบางครั้งในช่วงราคาตกต่ำแต่เทรดของคุณจะไม่มีความชัดเจน หลังจากเทรดไปแล้ว 50 ครั้ง คุณก็ไม่สามารถระบุสาเหตุการได้กำไรหรือการขาดทุนของคุณและคุณจะไม่สามารถพัฒนาการเทรดของคุณได้ คุณอาจได้กำไรถึงร้อยละ 10 ในเดือนหนึ่งแต่คุณก็จะขาดทุนร้อยละ 10 ในอีกเดือนหนึ่งและคุณก็จะไม่สามารถพัฒนาอย่างต่อเนื่องในระยะยาวได้

ไม่ช้าก็เร็ว การเทรดลักษณะนี้จะทำลายนักลงทุนเพราะการขาดทุนมีน้ำหนักมากกว่าการได้กำไร เพื่อทดแทนการขาดทุนร้อยละ 50 คุณต้องการกำไรถึงร้อยละ 100 และหากคุณขาดทุนและได้กำไรในร้อยละที่เท่ากันสลับกันไปมา คุณจะขาดทุนในระยะยาว มีเพียงกลยุทธ์ที่ชัดเจนเท่านี้ที่จะยับยั้งไม่ให้คุณพบกับชะตานี้

ทำไมฉันจำเป็นต้องมีกลยุทธ์การจัดการทางการเงิน

กลยุทธ์การจัดการทางการเงินมีความสำคัญต่อการเทรดของคุณพอๆกับกลยุทธ์การเทรด การลงทุนด้วยจำนวนเงินที่เหมาะสมกับปริมาณเงินใยบัญชีของคุณ กลยุทธ์การจัดการทางการเงินจะช่วยเพิ่มเงินทุนและเอาตัวรอดในคราวโชคร้าย

นักลงทุนรายใหม่ส่วนใหญ่ทำผิดเมื่อลงทุนจำนวนมากในการเทรดครั้งเดียว บางครั้ง นักลงทุนบางคนเทรดมากถึงร้อยละ 50 แต่เมื่อไม่มีเทรดใดที่รับประกันกำไร นักลงทุนเหล่านี้จะขาดทุนจากการลงทุนของเขาและเสียเงินเกือบครึ่งหนึ่งไป

การกระทำเช่นนี้ก่อให้เกิดปัญหาเพราะ การนำทุนคืนจากการขาดทุนถึงร้อยละ 50 นักลงทุนจะต้องทำกำไรถึงร้อยละ 100 การขาดทุนถึงสองครั้งจะต้องทำกำไรถึงร้อยละ 300 และการขาดทุนสามครั้งจะต้องทำกำไรให้ได้ถึงร้อยละ 700 เพื่อนำทุนคืน ตัวอย่างที่ยกมาดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า คุณต้องหลีกเลี่ยงปัญหาเพราะเมื่อเกิดขึ้นคุณอาจจะแก้ปัญหาไม่ได้

กลยุทธ์การจัดการทางเงินเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณสามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ค่อยๆเพิ่มเงินทุนและหลีกเลี่ยงการสูญเสียเงินทุนด้วยกลยุทธ์การจัดการทางการเงิน

ทำไมฉันจำเป็นต้องมีกลยุทธ์การวิเคราะห์และการพัฒนา

ไม่มีนักลงทุนคนใดที่เริ่มใช้ไบนารีออปชั่นและค้นพบกลยุทธ์ไบนารีที่ดีที่สุดทันที คุณก็เช่นเดียวกัน การหากลยุทธ์ที่เหมาะสมและการพัฒนากลยุทธ์จนสร้างกำไรนั้น คุณต้องวิเคราะห์สิ่งที่คุณกำลังทำ สร้างความแข็งแกร่งให้กับส่วนที่สร้างกำไรและกำจัดส่วนที่ทำให้คุณสูญเสียเงินทุน

หากไม่มีกลยุทธ์ดังกล่าว คุณจะกลายเป็นนักลงทุนที่ไม่มีหลักไม่มีฐาน คุณจะลองสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ ได้กำไรตรงนั้นที ขาดทุนตรงนี้ทีแต่คุณจะไม่มีวันเจอกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพ ในการกลับกัน คุณจะใช้เวลาตามกระแสเทรดดิ่งใหม่ๆ พยายามหาเครื่องมือแสนวิเศษแต่ก็หลงเชื่อความคิดที่ไม่ได้ประสิทธิภาพ

กลยุทธ์การวิเคราะห์และการพัฒนาที่ชัดเจนเท่านั้นที่จะช่วยให้คุณไม่พบกับชะตาดังกล่าว กลยุทธ์นี้จะช่วยให้คุณเข้าใจสิ่งที่ใช่และไม่ใช่สำหรับคุณและสร้างกลยุทธ์ชัดเจนที่สร้างกำไรให้แก่คุณ

อ่านกลยุทธ์ไบนารีออปชั่นต่อได้ด้านล่างนี้……..

มีกลยุทธ์ไบนารีออปชั่นประเภทใดบ้าง

กลยุทธ์ไบนารีออปชั่นมีมากมายหลายประเภท อย่างที่เราได้แจ้งไปก่อนหน้านี้แล้ว สิ่งหนึ่งที่กลยุทธ์เหล่านี้มีเหมือนกันคือ กลยุทธ์เหล่านี้สร้างสัญญาณและบอกคุณว่าคุณจะต้องเทรดสัญญาณนี้อย่างไรและคุณควรลงทุนเท่าไร อย่างไรก็ตามสำหรับแต่ละขั้นตอน มีกลยุทธ์มากมายที่แตกต่างกันออกไป เพื่อทำความเข้าใจกับความแตกต่างระหว่างกลยุทธ์ไบนารีออปชั่นประเภทต่างๆ มาดูแต่ละส่วนของกลยุทธ์กันก่อน

ส่วนที่ 1 การสร้างสัญญาณ

เพื่อหาโอการในการลงทุน กลยุทธ์ไบนารีออปชั่นใช้วิธีการสองวิธีการ ได้แก่ การวิเคราะห์ทางเทคนิคและการค้นหาผ่านข้อมูลข่าวสาร

สำหรับนักลงทุนมือใหม่ การค้นหาผ่านข้อมูลข่าวสารเป็นกลยุทธ์ที่ใช้โดยสัญชาตญาณ กลยุทธ์นี้จะทำให้คุณลงทุนกับราคาสูงเมื่อมีข่าวดีเกี่ยวกับสินทรัพย์ชนิดนั้นในตลาดและคุณจะลงทุนกับราคาต่ำเมื่อมีข่าวทางด้านลบเกี่ยวกับสินทรัพย์ชนิดนั้นในตลาด

เพื่อช่วยคุณใช้กลยุทธ์ดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โบรกเกอร์ส่วนใหญ่จัดปฏิทินเศรษฐกิจบนเว็บไซต์ของพวกเขา เมื่อจะเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่สำคัญ ตัวอย่างเช่น ข้อมูลการว่างงาน ข้อมูลกำไรของบริษัท ปฏิทินนี้จะบอกคุณว่าต้องมีความคาดหวังเช่นใดซึ่งจะช่วนให้คุณตัดสินใจว่าข่าวไหนดี ข่าวไหนแย่และการลงทุนของคุณควรเป็นไปในทิศทางใด

การเทรดด้วยข้อมูลข่าวสารเป็นการเทรกที่ง่ายและเรียนรู้ได้รวดเร็วแต่ก็มีข้อเสียเปรียบมากมาย เมื่อข่าวเข้าสู่ตลาดอาจ บ่อยครั้งมีการตอบสนองที่เหนือการคาดเดา นอกจากนั้น แม้ในตอนที่ข่าวดีทำให้ตลาดโตแต่บ่อยครั้งก็คาดเดาได้ยากว่าตลาดจะโตได้ใหญ่และนานแค่ไหน แม้นักลงทุนรายใหม่จะยอมรับความไม่แน่นอนดังกล่าวและอ้างว่าตนได้กำไรจากกลยุทธ์นี้ นักลงทุนได้พัฒนาการวิเคราะห์การเทคนิคที่สามารถคาดการความเคลื่อนไหวซึ่งเป็นอิสระจากอิทธิพลภายนอก

ด้วยจุดประสงค์นี้เอง การวิเคราะห์ทางเทคนิคเน้นไปที่ความเคลื่อนไหวของตลาดเพียงอย่างเดียว โดยการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของตลาดในอดีต นักวิเคราะห์การเทคนิคพยายามทำความเข้าใจว่าความเปลี่ยนแปลงทางจิตวิทยาประเภทใดที่มีอิทธิพลต่อตลาดในอดีตและจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไรในอนาคต

วิธีการนี้ซับซ้อนกว่าที่คุณคิด ในชีวิตประจำวันของเรา เราทั้งหมดต่างทำการวิเคราะห์ทางเทคนิคกันทั้งนั้น เช่น เมื่อเราเจอคนๆ หนึ่ง เขายิ้มเพื่อทักทายเรา เราก็จะคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ของความสัมพันธ์ที่ดี อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาแทบไม่มองเราเลย เราก็คาดการณ์ว่าเราทั้งคู่จะไม่มีวันเป็นเพื่อนกัน เราอาจปรับเปลี่ยนการคาดการณ์นี้ ขึ้นอยู่กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปและเราอาจต้องการเก็บรวบรวมข้อมูลก่อนการตัดสินใจครั้งสุดท้ายแต่เราก็จะพยายามทำความเข้าใจว่าทำไมคนๆ นี้ถึงทำเช่นนี้และจากนั้นก็พยายามคาดการณ์ว่าการกระทำใดเกิดจากแรงบันดาลนี้ในอนาคต

การวิเคราะห์ทางเทคนิคก็ทำเช่นนี้เมื่อวิเคราะห์ราคาสินทรัพย์ ถ้ามีคนเต็มใจซื้อหรือขายสินทรัพย์ดังกล่าวในราคาหนึ่ง การวิเคราะห์ทางเทคนิคสามารถคาดการณ์ว่าอิทธิภาพเหล่านี้จะทำให้ราคาของสินทรัพย์ขึ้น ลงหรือคงที่

เหมือนกับชีวิตประจำวันของเรา การวิเคราะห์ทางเทคนิคกำหนดรูปแบบบางอย่างที่ช่วยให้คุณสามารถคาดการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ในชีวิตประจำวันของเรา เราคาดว่ารอยยิ้มสวยๆจะนำไปสู่การพบปะที่เต็มไปด้วยมิตรภาพซึ่งการวิเคราะห์ทางเทคนิคใช้รูปแบบเดียวกัน การวิเคราะห์ทางเทคนิคมีทั้งรูปแบบกราฟแท่งเทียน กระแส ตัวบ่งชี้ทางเทคนิคและอื่นๆอีกมากมาย เครื่องมือแต่ละอย่างสามารถช่วยให้คุณคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในพริบตาเดียว

การเลือกว่าจะใช้วิธีการค้นหาผ่านข้อมูลข่าวสารหรือใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคนั้นขึ้นอยู่กับบุคคลิกของคุณ เราแนะนำให้คุณลองใช้ทั้งสองกลยุทธ์ด้วยบัญชีไบนารีออปชั่นทดลอง บัญชีทดลองเป็นบัญชีที่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่และช่วยให้คุณสามารถเทรดด้วยเงินปลอมแทนที่จะใช้เงินจริง เราจะอธิบายเกี่ยวกับบัญชีทดลองเพิ่มอีกในบทความนี้

สำหรับนักลงทุน มีกลยุทธ์ไบนารีออปชั่นที่เน้นการได้กำไรให้ระยะยาว ความเป็นไปได้ของบริษัทในอนาคต ข้อมูลตลาดพื้นฐาน ปัจจัยเหล่านี้สามารถกระทบต่อตลาดในระยะหลายสิบปีแต่ไม่ได้มีผลกระทบต่อไบนารีออปชั่น

ไบนารีออปชั่นเน้นความเคลื่อนไหวในระยะสั่น รู้ว่าหุ้นบริษัทจะเทรดในระยะเวลามากว่า 10 ปีซึ่งไม่ได้ช่วยให้คุณสามารถคาดการณ์ได้เลยว่าเทรดจะสูงขึ้นในหนึ่งชั่วโมงหรือไม่ ด้วยสาเหตุนั้นเอง กลยุทธ์แบบพื้นฐานจึงไม่เหมาะสมกับเทรดแบบไบนารีออปชั่น คุณควรเน้นกลยุทธ์ระยะสั้นและเมื่อเราพูดถึงกลยุทธ์ไบนารีออปชั่นบนเว็บไซต์นี้ เราพูดถึงกลยุทธ์ระยะสั้น

ส่วนที่สอง: รู้ว่าคุณควรลงทุนเท่าไร

กลยุทธ์การจัดการทางการเงินมีสามประเภทดังนี้

  1. กลยุทธ์การจัดการทางการเงินแบบไม่มี
  2. กลยุทธ์การจัดการทางการเงินแบบ Martingale
  3. กลยุทธ์การจัดการทางการเงินแบบร้อยละ

กลยุทธ์การจัดการทางการเงินทั้งหมดสามประเภทนี้ มีเพียงกลยุทธ์การจัดการทางการเงินแบบร้อยละเท่านั้นที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในระยะยาว

หากคุณไม่มีกลยุทธ์การจัดการทางการเงิน คุณจะพบกับโชคชะตาที่เลวร้ายที่เราได้กล่าวไปแล้ว คุณจะขาดทุนไปเรื่อยๆและไม่ช้าก็เร็วคุณจะเหลือเงินลงทุนเพียงนิดเดียว

กลยุทธ์การจัดการทางการเงินแบบ Martingale มาจากความเชื่อที่ว่าคุณควรลงทุนเยอะๆ หลังจากที่คุณขาดทุน เพื่อเอาทุนคืน ระบบ Martingale จะบอกให้คุณเพิ่มเงินลงทุนเป็นสองเท่าหลังการขาดทุนของทุกเทรดโดยคาดหวังว่าในที่สุด คุณจะได้กำไรจากการเทรดและได้รับกำไรมากมาย

ปัญหาของกลยุทธ์การจัดการทางการเงินเหล่านี้คือได้ผลในขณะที่ไม่ได้ผล หากคุณสามารถรับประกันกำไรจากการเทรดด้วยไบนารีออปชั่น คุณสามารถทำงานกับโชคได้ ในขณะที่กลยุทธ์เทรดที่ดีนั้นจะช่วยเพิ่มโชคแต่ก็ไม่ได้รับประกัน 100 เปอร์เซ็น ดังนั้นไม่ช้าก็เร็ว คุณจะพบกับคราวโชคร้าย ด้วยกลยุทธ์การจัดการทางการเงินแบบ Martingale คราวโชคร้ายจะทำลายคุณ

ถ้าคุณเสียเทรดติดต่อกัน 5 หรือ 10 เทรดซึ่งเกิดขึ้นกับนักลงทุนทุกๆคน กลยุทธ์การจัดการทางการเงินแบบ Martingale จะบังคับให้คุณเพิ่มเงินลงทุนหลังจากการเทรดทุกครั้ง ถ้าคุณเพิ่มเงินลงทุนเป็นสองเท่าหลังจากการสูญเสียทุกครั้ง ตัวอย่างเช่น หลังจากเสียเทรด 10 เทรด คุณจะต้องเพิ่มเงินลงทุน 1.024 เท่าจากการเทรดครั้งแรก เมื่อคุณได้ลงทุน 512 เท่ากับเทรดที่แล้ว คุณจะไม่มีเงินเหลือเลยซึ่งหมายความว่า คุณล้มละลาย

แม้ว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้ยาก ถ้าคุณเทรดหนึ่งปี คุณจะพบสถานการณ์เช่นนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการล้มละลาย คุณต้องหลีกเลี่ยงการใช้กลยุทธ์การจัดการทางการเงินแบบ Martingale ทำให้เหลือแต่กลยุทธ์การจัดการทางการเงินแบบร้อยละ กลยุทธ์นี้ทำงานตรงกันข้ามกับกลยุทธ์การจัดการทางการเงินแบบ Martingale กลยุทธ์นี้ลดเงินลงทุนของคุณหลังจากการเสียเทรดและเพิ่มเงินลงทุนหลังจากการชนะเทรด กลยุทธ์นี้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้โดยการลงทุนเป็นจำนวนร้อยละไม่มากจากจำนวนทั้งหมดในบัญชีของคุณ

ตามทฤษฎีแล้ว คุณจะลงทุนน้อยกว่าร้อยละ 5 ของแต่ละเทรด นักลงทุนที่ต้องการลดความเสี่ยงอาจลงทุนเพียงแค่ร้อยละ 2 และนักลงทุนที่ต้องการเสี่ยงอาจลงทุนร้อยละ 5 ต่อเทรด

กลยุทธ์การจัดการทางการเงินแบบร้อยละ คุณสามารถลงทุนร้อยละ 3 ในเทรดเดียว ยอดเงินในบัญชี 1000 ดอลล่าร์ คุณก็จะลงทุนเพียงแค่ 30 ดอลล่าร์ ถ้ายอดเงินในบัญชีเพิ่มสูงขึ้นเป็น 2000 ดอลล่าร์ คุณก็จะลงทุน 60 ดอลล่าร์และถ้ายอดเงินในบัญชีลดลงเหลือ 500 ดอลล่าร์ คุณจะลงทุน 15 ดอลล่าร์

กลยุทธ์การจัดการทางการเงินแบบร้อยละจะปรับเงินลงทุนต่อเทรดของคุณให้เป็นไปตามกำลังเงินและช่วยให้คุณลงทุนเท่ากับกำลังเงินของคุณ ไม่มากกว่าหรือน้อยกว่า คุณจะสามารถเอาตัวรอดในคราวโชคร้ายและก็สามารถเพิ่มกำไรเมื่อยอดเงินในบัญชีของคุณเพิ่มขึ้น

ส่วนที่ 3 การพัฒนา

เมื่อพูดถึงกลยุทธ์การวิเคราะห์และการพัฒนา เราก็ต้องพูดถึง บันทึกการเทรด บันทึกการเทรดเป็นสิ่งที่จะช่วยคุณทำคความเข้าใจว่าทำไมคุณถึงเทรดและแรงผลักดันนี้ส่งผลอย่างไรต่อคุณ

เพื่อเข้าใจระบบนี้ มาดูตัวอย่างกัน ให้คิดว่าคุณเป็นนักลงทุนที่ผสานการค้นหารูปแบบการเทรดจากข้อมูลข่าวสารเข้ากับการวิเคราะห์ทางเทคนิค เพื่อพัฒนาการเทรดของคุณ คุณต้องการรู้ว่าการเทรดแบบไหนที่ได้ใช่สำหรับคุณ คุณสามารถบันทึกการเทรดทุกครั้งไม่ว่าจะเกิดจากข้อมูลข่าวสารหรือสัญญาณจากการวิเคราะห์ทางเทคนิคและไม่ว่าคุณจะได้กำไรหรือขาดทุนลงบนบันทึกการเทรดได้

ผ่านไปไม่นาน คุณจะมองเห็นรูปแบบ ตัวอย่างเช่น คุณได้กำไรร้อยละ 60 ของเทรดจากการเทรดแบบใช้ข้อมูลข่าวสารแต่ได้กำไรร้อยละ 75 จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค การมองเห็นลักษณะดังกล่าวนำไปสู่การเลิกใช้การเทรดจากข้อมูลข่าวสารและเน้นเทรดจากการวิเคราะห์ทางเทคนิคแทนและในขั้นตอนต่อไป คุณสามารถระบุได้ว่าเครื่องมือใดของการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ใช้สำหรับคุณและระบุกลยุทธ์ของคุณได้ต่อไป

ให้ความสนใจกับรายละเอียดและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คุณสามารถใช้กลยุทธ์การวิเคราะห์และการพัฒนาเพื่อเพิ่มผลกำไร แม้ว่าคุณจะเพิ่งเริ่มลงทุน คุณก็สามารถทำกำไรได้ในที่สุดและเพิ่มกำไรต่อไปเรื่อยๆ

แน่นอนว่ากลยุทธ์การวิเคราะห์และการพัฒนามีผลต่อการเทรดทุกส่วนของคุณ ไม่ใช่เพียงกลยุทธ์การเทรดของคุณเท่านั้น คุณอาจถามคำถามต่อไปนี้กับตัวเองได้

  • ทำไมการจัดการทางการเงินใช่สำหรับฉัน
  • ฉันเทรดเวลาใดถึงจะก่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
  • ฉันได้กำไรจากสินทรัพย์ใดมากที่สุด
  • ฉันไม่ควรเทรดเมื่ออยู่ในอารมณ์ใดหรือไม่
  • โบรกเกอร์ใดที่ใช่สำหรับฉัน

คำถามเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างคร่าวๆเท่านั้น บันทึกการเทรดสามารถช่วยคุณวิเคราะห์ด้านต่างๆของการเทรดได้ เราแนะนำให้คุณวิเคราะห์ไปทีละด้านไม่เช่นกันผลลัพธ์ของคุณจะยากต่อการประเมิน

ตัวอย่างของกลยุทธ์การเทรดมีอะไรบ้าง

เพื่อช่วยให้คุณทำความเข้าใจกับกลยุทธ์การเทรดได้ง่ายขึ้น เราต้องการหาจุดเริ่มต้นให้กับคุณ ด้วยจุดประสงค์นี้เอง เราจะยกตัวอย่างของกลยุทธ์การเทรด อธิบายทฤษฎีของกลยุทธ์เหล่านี้และประเภทของนักลงทุนที่ควรใช้กลยุทธ์เหล่านี้ เราจะเน้นที่กลยุทธ์การเทรดเพราะเราได้อธิบายกลยุทธ์สองประเภทไปแล้วคือ กลยุทธ์การจัดการทางการเงินและกลยุทธ์การวิเคราะห์และการพัฒนา

ตัวอย่างกลยุทธ์การเทรดหมายเลข 1: การเทรดตามกระแส

เมื่อตลาดขึ้นๆลงๆ และไม่ค่อยอยู่บนเส้นตรง ตลาดจะขยับเป็นเส้นซิกแซก เราต้องก้าวก่อนสองก้าวและถอยหลังก้าวเดียวก่อนเสมอ การเคลื่อนไหวแบบซิกแซกเรียกว่า กระแสและสามารถคาดการณ์ได้ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับกลยุทธ์นี้

เพื่อเทรดตามกระแสมีความเป็นไปได้อยู่สองอย่างคือ

  1. คุณสามารถตามกระแสโดยรวม เมื่อคุณมองเห็นกระแส คุณสามารถคาดการณ์ได้ว่า กระแสนั้นจะดำเนินต่อไปหรือไม่ บ่อยครั้ง กระแสจะดำเนินต่อไปเป็นเวลานานและการทำความเข้าใจว่ากระแสใดที่กำลังมีอิทธิพลต่อตลาดในขณะนี้ คุณจะมีโอกาสในการเทรดอยู่เสมอ
  2. คุณสามารถตามกระแสขึ้นลงแต่ละกระแสได้ ถ้าคุณต้องการเทรดเพิ่มแม้ว่าจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงก็ตาม คุณอาจลองเทรดตามเส้นซิกแซกของกระแสก็ได้ เมื่อกระแสกำลังขึ้น เส้นกระแสขึ้นใหม่แต่ละเส้นจะสูงกว่าเส้นกระแสขึ้นเก่าและเส้นกระแสต่ำแต่ละเส้นใหม่สูงกว่าเส้นกระแสต่ำเก่า เมื่อกระแสลง เส้นกระแสขึ้นใหม่แต่ละเส้นจะต่ำกว่าเส้นกระแสขึ้นเก่าและเส้นกระแสต่ำใหม่แต่ละเส้นจะต่ำกว่าเส้นกระแสต่ำเก่า การกระทำเช่นนี้จะทำให้เราสามารถคาดการณ์การเคลื่อนไหวต่อไปได้และช่วยให้คุณสามารถชนะไบนารีออปชั่น

แน่นอนว่าคุณสามารถรวมทั้งสองวิธีการนี้เข้าด้วยกันและเทรดตามกระแสด้วยหลายๆวิธีในเวลาเดียวกัน

วิธีดั้งเดิมสำหรับการเทรดตามกระแสคือ การเทรดตามกระแสขึ้นลง กระแสขึ้นลงสามารถคาดการณ์ได้ว่าตลาดจะเทรดสูงขึ้นหรือเทรดต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบันหลังจากเวลาที่กำหนดซึ่งเหมาะสำหรับกระแส เพื่อเทรดตามกระแสขึ้น คุณต้องลงทุนกับตัวเลือกที่สูง เพื่อเทรดตามกระแสลง คุณต้องลงทุนกับตัวเลือกที่ต่ำ

ถ้าคุณยอมรับความเสี่ยงเพื่อแลกกับกำไรสูงๆ คุณก็สามารถเทรดออปชั่น One touch ได้ เมื่อเทรดออปชั่น One touch แล้ว คุณจะสามารถคาดการณ์ได้ว่าตลาดจะแตะราคาที่ตั้งเป้าไว้ได้หรือไม่ เทรดเป็นเครื่องมือที่ดีในการคาดการณ์กระแสในอนาคต

ไม่ว่าคุณจะใช้กลยุทธ์ใด กระแสจะสร้างโอกาสในการเทรดให้คุณได้ตลอดเวลาและเป็นเครื่องมือที่ดีเพื่อการวางแผนกลยุทธ์

ตัวอย่างกลยุทธ์การเทรดหมายเลข 2: การเทรดตามข้อมูลข่าวสาร

ข่าวสำคัญบ่อยครั้งมักจะมีผลกระทบอย่างมากต่อตลาด เมื่อบริษัทบรรลุเป้าหมายของตลาด ราคาจะพุ่งสูงขึ้นและเมื่อรัฐบาลเผยแพร่ข้อมูลการว่างงานอันน่าผิดหวัง ตลาดทั้งหมดจะลดตกต่ำลง

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนข่าวให้เป็นการตัดสินใจเทรดเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ข้อมูลข่าวสารต่างกับกระแสที่สามารถนำมาคาดการณ์ได้อย่างถูกต้องแม่นยำตามหลักคณิตศาสตร์ ข่าวสารไม่ได้บ่งบอกว่าตลาดจะพุ่งสูงขึ้นหรือต่ำลงเท่าใดหรือตลาดจะพุ่งสูงขึ้นหรือต่ำลงนานแค่ไหน

เพื่อช่วยคุณสร้างกำไรโดยการเทรดตามข้อมูลข่าวสาร วิธีการสามวิธีต่อไปนี้คือวิธีการเปลี่ยนข่าวให้เป็นการตัดสินใจเทรดแม้ว่าจะเป็นเรื่องยากก็ตาม

  1. เทรดทะลุแนวรับแนวต้าน เมื่อข่าวใหญ่เข้าสู่ตลาด บ่อยครั้งจะมีการตอบสนองที่รุนแรงซึ่งอยู่ในรูปแบบของการเคลื่อนไหวที่รุนแรง ด้วยออปชั่น 60 วินาที คุณสามารถเทรดตามการตอบสนองที่รุนแรงนี้และทำกำไรไบนารีออปชั่นได้อย่างรวดเร็ว ออปชั่น 60 วินาทีทำงานเหมือนกับออปชั่นสูงต่ำแต่มีเวลาหมดอายุที่สั่นกว่ามากจาก 30 วินาทีถึง 300 วินาทีซึ่งเหมาะสำหรับการเทรดที่มีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเหมือนกับการทะลุแนวรับแนวต้าน
  2. เทรดบาวน์ดารีออปชั่น บาวน์ดารีออปชั่นจะกำหนดราคาเป้าหมายสองราคาโดยใช้ราคาตลาดปัจจุบันเป็นหลัก ราคาหนึ่งอย่สูงกว่าราคาตลาดปัจจุบันและอีกราคาหนึ่งจะอยู่ต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน เพื่อทำกำไรในบาวน์ดารีออปชั่น ตลาดต้องแตะราคาทั้งสอง ดังนั้นบาวน์ดารีออปชั่นจะเหมาะเมื่อคุณคาดว่าจะมีการเคลื่อนไหวที่รุนแรงแต่ไม่แน่ใจว่าจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางใด คุณจะพบสถานการณ์นี้บ่อยก่อนข่าวจะมีแผนเข้าสู่ตลาด คุณไม่ว่าข่าวจะดีหรือไม่ดีแต่คุณรู้ว่าตลาดจะตอบสนองอย่างรุนแรงซึ่งเป็นสภาพที่เหมาะสมสำหรับการเทรดบาวน์ดารีออปชั่น
  3. เทรดออปชั่นแบบสูงต่ำ ใช้ออปชั่นแบบสูงต่ำเป็นวิธีการเทรดตามข้อมูลข่าวสารที่ง่ายที่สุดแต่ก็มีความซับซ้อน คุณต้องทำความเข้าใจว่าตลาดได้ใช้ความคาดหวังบางอย่างเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคา ดังนั้นเมื่อข่าวดีเผยแพร่ออกมา ตลาดจะไม่พุ่งสูงขึ้นเสมอไป ขึ้นอยู่กับว่าข่าวบรรลุเป้าหมายของตลาดหรือไม่ สิ่งนี้ทำให้การใช้ออปชั่นแบบสูงต่ำยากขึ้น หากคุณสบายใจกับการคาดการณ์ ออปชั่นสูงต่ำเป็นเครื่องมือที่ดีสำหรับการทำกำไรจากเทรดตามข้อมูลข่าวสาร

รูปแบบการเทรดดังกล่าวเป็นเพียงสามตัวอย่างของการเทรดตามข้อมูลข่าวสาร นักลงทุนสามารถเทรดด้วยวิธีการต่างๆอีกมากมาย นักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงสามารถใช้ออปชั่นแบบ one touch อย่างไรก็ตามบทนำนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการทำความเข้าใจกับความเป็นไปได้ที่แตกต่างกันออกไปและสามารถสร้างกลยุทธ์ของตนเอง

ตัวอย่างกลยุทธ์การเทรดหมายเลข 3: เทรดแบบกราฟแท่งเทียน

การเทรดแบบกราฟแท่งเทียนอาจเป็นกลยุทธ์ที่ง่ายที่สุกสำหรับนักลงรายใหม่เพื่อสร้างผลกำไรให้กับการลงทุน

กราฟแท่งเทียนเป็นรูปแบบการแสดงความเคลื่อนไหวของตลาดรูปแบบพิเศษ แทนที่จะแสดงการเคลื่อนไหวของราคาเป็นเส้นกราฟซึ่งเป็นแผนภูมิที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย กราฟแท่งเทียนแสดงความเคลื่อนไหวของตลาดในรูปแบบของแท่งเทียนหลายแท่ง แท่งเทียนแต่ละแท่งรวบรวมความเคลื่อนไหวของตลาดในระยะเวลาที่กำหนดและแสดงราคาเปิด ราคาปิดและราคาสูงต่ำของระยะเวลานั้นๆ

ด้วยการปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย กราฟแท่งเทียนจะบอกคุณทั้งหมดที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับระยะเวลานั้น คุณจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการเปิด การปิดและช่วงการเทรดแบบเต็มซึ่งหมายความว่าคุณจะรู้ทุกๆราคาที่ตลาดทำได้ในระยะเวลานั้น กราฟเลือกใช้เพียงราคาเดียวจากราคาทั้งหมดโดยไม่สนใจราคาที่เหลืออื่นๆ ตัดข้อมูลส่วนใหญ่ของระยะเวลานั้นออก

เพื่อเทรดแบบกราฟแท่งเทียนกับไบนารีออปฟชั่น สิ่งที่คุนต้องทำคือเรียนรู้และทำความเข้าใจรูปแบบกราฟแท่งเทียนที่สำคัญ กราฟแท่งเทียนมีมากมายกว่าร้อยแบบ เรียนรู้เพียงสี่ห้าแบบก็ถือว่าพอแล้วสำหรับการเริ่มต้นเส้นทางการลงทุน

ตัวอย่าง รูปแบบกราฟแท่งเทียนที่สำคัญคือ ช่องว่าง เมื่อตลาดกระโดดจากราคาหนึ่งไปสู่ราคาหนึ่ง ทำให้ราคาในช่วงการกระโดดกลายเป็นช่องว่างซึ่งอาจนำไปสู่สามกรณีนี้

  1. ถ้าเกิดช่องว่างขึ้นระหว่างระยะเวลาที่มีปริมาณเทรดต่ำ หลังจากที่ตลาดปิดไม่นาน ช่องว่างก็จะปิดด้วย ในสภาพเช่นนี้ มีเพียงนักลงทุนไม่กี่คนที่ยังอยู่ในตลาดและช่องว่างก็สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายซึ่งช่องว่างส่วนใหญ่นั้นเป็นความผิดพลาดของนักลงทุน เมื่อคุณมองเห็นข้อผิดพลาดแล้ว คุณจะสามารถคาดการณ์ว่าช่องว่างนั้นสามารถปิดได้อีกครั้ง การคาดการณ์ที่แม่นยำเช่นนั้นสามารถสร้างผลกำไรที่สูงได้
  2. หากเกิดช่องว่างเกิดขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนที่ในแนวราบที่มีปริมาณการเทรดสูง ช่องว่างนั้นคือช่องว่างทะลุแนวรับแนวต้าน มีความเป็นไปได้ว่า ช่องว่างนี้จะเริ่มการเคลื่อนที่ใหม่ในทิศทางของช่องว่างซึ่งคุณสามารถใช้คาดการณ์การเทรดได้
  3. ถ้าช่องว่างเกิดขึ้นในทิศทางของการเคลื่อนขึ้นลงที่มีปริมาณการเทรดสูง ช่องว่างนั้นคือช่องว่างเร่ง เป็นไปได้ว่าช่องว่างเหล่านี้จะเสริมความเคลื่อนไหวของตลาดให้แข็งแกร่งขึ้นซึ่งคุณสามารถใช้คาดการณ์เทรดได้
  4. มีรูปแบบกราฟแท่งเทียนอีกมากมายที่จะสามารถสร้างโอกาสการเทรดให้กับคุณ รูปแบบทั้งหมดเป็นไปตามหลักง่ายๆ เช่น ช่องว่าง การรู้และเข้าใจรูปแบบง่ายๆในการเคลื่อนไหวของตลาด คุณจะสามารถค้นพบโอกาสการเทรดมากมายจากสินทรัพย์รูปแบบต่างๆและในตลาดทุกสภาพ

ต้องทำอย่างไรถึงจะเจอกลยุทธ์ที่ต้องการแบบไม่ต้องเสี่ยงต่อการขาดทุน

อย่างที่ได้เห็นจากบทความนี้ว่ากลยุทธ์ไบนารีออปชั่นนั้นมีมากมายหลายประเภท ดังนั้น การค้นหากลยุทธ์ที่เหมาะสำหรับคุณต้องใช้เวลาเพราะนักลงทุนแต่ละคนนั้นแตกต่างกับและไม่สามารถแนะนำกลยุทธ์เดียวที่เหมาะกับทุกคน

ถือว่าเป็นปัญหา การทดสอบกลยุทธ์ไบนารีประเภทต่างๆ โดยที่รู้ว่ากลยุทธ์บางประเภทนั้นไม่กับคุณและเสี่ยงต่อการขาดทุน คุณทำผิดเล็กๆน้อยๆและอาจเทรดแบบที่คุณไม่อยากทำซึ่งจะนำไปสู่การเสียเทรด สำหรับนักลงทุนที่ยังใหม่กับไบนารีออปชั่นและมีเงินลงทุนที่จำกัด การขาดทุนครั้งนี้สามารถนำไปสู่จุดจบของเส้นทางการลงทุนก่อนที่จะเริ่มต้นขึ้นด้วยซ้ำจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมการค้นหากลยุทธ์ไบนารีออปชั่นที่ใช้เป็นขั้นตอนที่ยากที่สุดของอาชีพนักลงทุน

โชคดีที่โบรกเกอร์ไบนารีออปชั่นคิดค้นวิธีการทำให้ขั้นตอนนี้ง่ายขึ้นสำหรับคุณซึ่งก็คือ บัญชีไบนารีออปชั่นแบบทดลอง

บัญชีไบนารีออปชั่นแบบทดลองเป็นบัญชีเต็มรูปแบบที่มีลูกเล่นอันแพรวพราว คุณสามารถใช้ฟังชั่นทั้งหมดที่โบรกเกอร์จัดหามาให้ได้ ได้กำไรเหมือนกันและเทรดสินทรัพย์ได้เหมือนบัญชีจริงทั้งหมดแต่คุณใช้เงินปลอมแทนที่จะเป็นเงินจริงในการเทรด

โบรกเกอร์ส่วนใหญ่มีบัญชีทดลองและเมื่อคุณติดสินใจใช้โบรกเกอร์ที่คุณต้องการเทรดด้วยได้แล้ว เป็นความเป็นไปได้สูงว่าโบรกเกอร์นั้นจะเสนอบัญชีทดลองให้กับคุณด้วย

คุณสามารถใช้บัญชีทดลองเพื่อก้าวเข้าสู่โลกแห่งไบนารีออปชั่นได้อย่างปราศจากความเสี่ยง บัญชีทดลองนี้ช่วยให้คุณสามารถพัฒนากลยุทธ์โดยไม่ต้องกลัวการขาดทุน คุณสามารถลองกลยุทธ์ไบนารีออปชั่นทั้งหมดที่คุณต้องการและดูว่าคุณสามารถสร้างกำไรจากกลยุทธ์เหล่านี้หรือไม่ เมื่อคุณพบกลยุทธ์ที่ใช่และพอใจสำหรับคุณ คุณก็สามารถเริ่มเทรดด้วยเงินจริงและรู้ว่าคุณจะได้รับกำไร สิ่งต่างๆที่กล่าวมาขึ้นคือความสามารถของบัญชีไบนารีออปชั่นทดลอง

บัญชีทดลองไอคิวออปชั่นก่อให้เกิดประโยชน์ในทุกๆด้าน

  • ได้กำไรเฉลี่ยถึงร้อยละ 85 ไอคิวออปชั่นทำให้คุณอยู่ในตำแหน่งที่สมบูรณ์แบบสำหรับการทำกำไร คุณเพียงแค่ต้องชนะร้อยละ 55 ของเทรดเท่านั้นเพื่อสร้างกำไรกับไอคิวออปชั่น เนื่องจากไบนารีออปชั่นมีเพียงสองตัวเลือกเมื่อเกิดเหตุการณ์ (การเพิ่มขึ้นหรือลดลงของราคา) คุณสามารถชนะร้อยละ 50 ของเทรดได้ด้วยการคาดการณ์ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นในอนาคตเหมือนกับการหมุนเหรียญ แม้จะมีประสบการณ์ไม่มากแต่คุณควรจะเพิ่มมูลค่าให้สูงร้อยละ 55 ได้โดยง่าย
  • ไอคิวออปชั่นเน้นออปชั่นสูงต่ำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ง่ายต่อการเทรดมากที่สุดสำหรับนักลงทุนรายใหม่ โดยการช่วยให้คุณคาดการณ์ว่าตลาดจะสูงขึ้นหรือต่ำลงโดยไม่มีเงื่อนไขเพิ่มเติม ไอคิวออปชั่นแนะนำนักลงทุนใหม่สู่การเทรดแบบไบนารีที่ไม่ต้องใช้ออปชั่นมากเกินความจำเป็น
  • ไอคิวออปชั่นควบคุมสหยุโรป หากคุณต้องการเทรดด้วยเงินลงทุนจริงๆเมื่อคุณทดลองใช้บัญชีทดลองเรียบร้อยแล้ว กฏระเบียบนี้รับประกับว่าคุณได้เทรดกับโบรกเกอร์ที่เชื่อถือ

สร้างบัญชีฟรีกับไอคิวออปชั่นที่นี่
เริ่มสร้างกำไรได้วันนี้ แค่ฝากเงินเพียง 10 ดอลล่าร์กับไอคิวออปชั่น

เพราะได้นำข้อได้เปรียบดังกล่าวมารวมกัน บัญชีไอคิวออปชั่นทอลองจึงเหมาะสำหรับนักลงทุนรายใหม่ เราแนะนำบัญชีทดลองนี้ให้กับนักลงทุนรายใหม่ทุกคนและเราแนะนำให้คุณลองใช้ด้วย เพราะคุณก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว คุณก็ควรหาวิธีการสนุกๆในการสร้างกำไร คุณจะปฎิเสธข้อเสนอดีๆอย่างนี้ได้อย่างไร

ข้อสรุป

กลยุทธ์ไบนารีออปชั่นเป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จในการเทรดของคุณ นักลงทุนทุกคนควรมีกลยุทธ์ย่อยทั้งสามกลยุทธ์นี้ได้แก่

  1. กลยุทธ์การเทรด
  2. กลยุทธ์การจัดการทางการเงิน
  3. กลยุทธ์การวิเคราะห์และการพัฒนา

กลยุทธ์ไบนารีออปชั่นทั้งสามกลยุทธ์นี้จะเป็นหลักสู่ความสำเร็จของการเทรดแบบไบนารีออปชั่น หากไม่มีทั้งสามกลยุทธ์นี้ก็จะไม่เกิดผลสำเร็จ แม้การสร้างกลยุทธ์ย่อยทั้งสามกลยุทธ์ที่ใช่สำหรับคุณจะเป็นเรื่องยากแต่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงขั้นตอนนี้ได้ ด้วยบัญชีทดลองไบนารีออปชั่น คุณจะสามารถเริ่มขั้นตอนนี้ได้ฟรีและสิ้นสุดขั้นตอนนี้ได้โดยไม่เสี่ยงต่อการสูญเสียเงินซักบาทเดียว โดยเฉพาะไอคิวออปชั่นที่เหมะสำหรับนักลงทุนรายใหม่ในตลาดไบนารีออปชั่น

ไบนารีออปชั่นเป็นเครื่องมือจำเป็นสู่ความสำเร็จในการเทรด กลยุทธ์ไบนารีออปชั่นกำหนดสิ่งที่คุณลงทุน วิธีการลงทุนและวิธีการเพิ่มความสำเร็จในการเทรด คู่มือนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจลักษณะของกลยุทธ์ไบนารีออปชั่นและช่วยคุณวางกลยุทธ์ที่ปลอดความเสี่ยง

บทความเกี่ยวกับไบนารีออปชั่นจะตอบคำถามต่อไปนี้

  • กลยุทธ์ไบนารีออปชั่นคืออะไร
  • ทำไมต้องมีกลยุทธ์ไบนารีออปชั่น
  • มีกลยุทธ์ไบนารีออปชั่นประเภทใดบ้าง
  • ตัวอย่างของกลยุทธ์เทรดดิ้งมีอะไรบ้าง
  • ต้องทำอย่างไรถึงจะเจอกลยุทธ์ที่ต้องการแบบไม่ต้องเสี่ยงกับการขาดทุน
  • ตัวอย่างไบนารีออปชั่นใดเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดที่จะช่วยฉันหากลยุทธ์ที่เหมาะสม

การรู้คำตอบของคำถามเหล่านี้จะทำให้คุณรู้เกี่ยวกับกลยุทธิ์ไบนารีออปชั่นได้มากกว่านักลงทุนคนอื่นๆ นอกจากนั้นคุณยังมีแผนที่เป็นรูปเป็นร่างเพื่อสร้างกลยุทธ์ของคุณเองได้อย่างปราศจากความเสี่ยง เมื่อคุณเริ่มเทรดด้วยเงินจริงๆ คุณจะได้มีกลยุทธ์ที่คุณมั่นใจได้ว่าจะสร้างกำไรให้กับคุณ

กลยุทธ์ไบนารีออปชั่นคืออะไร

กลยุทธ์ไบนารีออปชั่นจะแสดงให้เห็นสิ่งที่คุณลงทุน เวลาที่คุณลงทุนและวิธีการที่คุณลงทุน ด้วยจุดประสงค์นี้เอง กลยุทธ์นี้จะกำหนดวิธีที่คุณจะพบโอกาสในการเทรดและวิธีการตอบสนองต่อโอกาสเหล่านั้น หากคุณมีกลยุทธ์ คุณจะรู้อยู่เสมอว่าคุณต้องทำอย่างไรและการเทรดของคุณจะไม่ได้เกิดจากการคาดเดา

นักลงทุนไบนารีออปชั่นรู้ว่ากลยุทธ์ย่อย 3 กลยุทธ์ ดังต่อไปนี้

  1. กลยุทธ์เทรดดิ้ง กลยุทธ์นี้กำหนดวิธีการค้นหาโอกาสในการเทรดที่นำไปสู่กำไรและไบนารีออปชั่นประเภทใดที่คุณจะใช้เทรด
  2. กลยุทธ์จัดการทางการเงิน กลยุทธ์นี้กำหนดจำนวนเงินลงทุนต่อการเทรดหนึ่งครั้ง
  3. กลยุทธ์การวิเคราะห์และการพัฒนา กลยุทธ์นี้จัดการกับการเทรดในอดีตของคุณและพยายามระบุว่าส่วนใดในการเทรดของคุณที่นำมาซึ่งกำไรและส่วนใดนำมาซึ่งความสูญเสียเพราะฉะนั้นกลยุทธ์นี้จะช่วยให้คุณพัฒนาจุดอ่อนและกำจัดจุดอ่อนของคุณ

กลยุทธ์ไบนารีออปชั่นทุกประเภทเป็นปัจจัยที่มีความจำเป็นต่อความสำเร็จในการเทรดของคุณ หากละทิ้งกลยุทธ์ใดกลยุทธ์หนึ่งหรือไม่ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดจะทำลายความสำเร็จในการเทรดของคุณได้และนำมาซึ่งการขาดทุนอย่างแน่นอน ไบนารีออปชั่นที่มีประสิทธิภาพต้องรวมทั้งสามกลยุทธ์ย่อยนี้ไว้ด้วยกันเป็นกลยุทธ์หลักกลยุทธ์เดียว

โดยเฉพาะนักลงทุนรายใหม่ๆที่มักจะเน้นไปที่กลยุทธ์เทรดดิ้งเพียงอย่างเดียว ในความเข้าใจของพวกเขา เทรดดิ้ง หมายถึงการหาโอกาสการลงทุนที่นำมาซึ่งกำไรแต่พวกเขากลับไม่รู้ว่ายังมีกลยุทธ์ที่มีความจำเป็นอีกสองข้อที่พวกเขาควรให้ความสนใจ

ทำไมต้องมีกลยุทธ์ไบนารีออปชั่น

ความสำเร็จในระยะยาวกับการลงทุนไบนารีออปชั่นจะเป็นไปไม่ได้หากปราศจากกลยุทธ์ เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจความสัมพันธ์ มาศึกษากันว่าทำไมเราจำเป็นต้องมีกลยุทธ์ย่อยแต่ละกลยุทธ์

1. ทำไมฉันจำเป็นต้องมีกลยุทธ์เทรดดิ้ง

การมีกลยุทธ์เทรดดิ้งที่ชัดเจนก่อให้เกิดประโยชน์ 2 ข้อได้แก่

  1. กำจัดความรู้สึกและอารมณ์ออกจากการเทรดของคุณ
  2. ทำให้คุณสามารถเทรดซ้ำอีกได้

ประโยชน์ทั้งสองนี้จะช่วยให้คุณหาโอกาสในการเทรดที่ดีขึ้น การจำกัดความรู้สึกและอารมณ์ออกจากการเทรดของคุณ กลยุทธ์รับประกันว่าคุณจะทำสิ่งเหมือนกันทั้งสองสถานการณ์ การเทรดซ้ำได้จะทำให้คุณสามารถประเมินการเทรดของตัวเอง

หลังจากเทรดไปแล้ว 50 ครั้ง คุณจะรู้ว่ากลยุทธ์ที่ใช้อยู่ปัจจุบันนั้นดีพอที่จะสร้างกำไรให้คุณหรือไม่ ถ้าดีพอ คุณก็สามารถใช้กลยุทธ์นี้ต่อไปได้และรู้ว่าจำนวนเงินในบัญชีของคุณจะเพิ่มขึ้นในระยะยาว ถ้าไม่ดีพอ คุณสามารถพัฒนากลยุทธ์นี้โดยใช้กลยุทธ์ย่อยประเภทที่สามคือ กลยุทธ์การวิเคราะห์และการพัฒนา

หากไม่มีกลยุทธ์ไบนารีออปชั่นที่ชัดเจนก็ไม่มีประโยชน์ ขึ้นอยู่กับความรู้สึกของคุณที่มีต่อสินทรัพย์นั้นๆ บางครั้งคุณอาจลงทุนเมื่อราคาสูงและบางครั้งในช่วงราคาตกต่ำแต่เทรดของคุณจะไม่มีความชัดเจน หลังจากเทรดไปแล้ว 50 ครั้ง คุณก็ไม่สามารถระบุสาเหตุการได้กำไรหรือการขาดทุนของคุณและคุณจะไม่สามารถพัฒนาการเทรดของคุณได้ คุณอาจได้กำไรถึงร้อยละ 10 ในเดือนหนึ่งแต่คุณก็จะขาดทุนร้อยละ 10 ในอีกเดือนหนึ่งและคุณก็จะไม่สามารถพัฒนาอย่างต่อเนื่องในระยะยาวได้

ไม่ช้าก็เร็ว การเทรดลักษณะนี้จะทำลายนักลงทุนเพราะการขาดทุนมีน้ำหนักมากกว่าการได้กำไร เพื่อทดแทนการขาดทุนร้อยละ 50 คุณต้องการกำไรถึงร้อยละ 100 และหากคุณขาดทุนและได้กำไรในร้อยละที่เท่ากันสลับกันไปมา คุณจะขาดทุนในระยะยาว มีเพียงกลยุทธ์ที่ชัดเจนเท่านี้ที่จะยับยั้งไม่ให้คุณพบกับชะตานี้

ทำไมฉันจำเป็นต้องมีกลยุทธ์การจัดการทางการเงิน

กลยุทธ์การจัดการทางการเงินมีความสำคัญต่อการเทรดของคุณพอๆกับกลยุทธ์การเทรด การลงทุนด้วยจำนวนเงินที่เหมาะสมกับปริมาณเงินใยบัญชีของคุณ กลยุทธ์การจัดการทางการเงินจะช่วยเพิ่มเงินทุนและเอาตัวรอดในคราวโชคร้าย

นักลงทุนรายใหม่ส่วนใหญ่ทำผิดเมื่อลงทุนจำนวนมากในการเทรดครั้งเดียว บางครั้ง นักลงทุนบางคนเทรดมากถึงร้อยละ 50 แต่เมื่อไม่มีเทรดใดที่รับประกันกำไร นักลงทุนเหล่านี้จะขาดทุนจากการลงทุนของเขาและเสียเงินเกือบครึ่งหนึ่งไป

การกระทำเช่นนี้ก่อให้เกิดปัญหาเพราะ การนำทุนคืนจากการขาดทุนถึงร้อยละ 50 นักลงทุนจะต้องทำกำไรถึงร้อยละ 100 การขาดทุนถึงสองครั้งจะต้องทำกำไรถึงร้อยละ 300 และการขาดทุนสามครั้งจะต้องทำกำไรให้ได้ถึงร้อยละ 700 เพื่อนำทุนคืน ตัวอย่างที่ยกมาดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า คุณต้องหลีกเลี่ยงปัญหาเพราะเมื่อเกิดขึ้นคุณอาจจะแก้ปัญหาไม่ได้

กลยุทธ์การจัดการทางเงินเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณสามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ค่อยๆเพิ่มเงินทุนและหลีกเลี่ยงการสูญเสียเงินทุนด้วยกลยุทธ์การจัดการทางการเงิน

ทำไมฉันจำเป็นต้องมีกลยุทธ์การวิเคราะห์และการพัฒนา

ไม่มีนักลงทุนคนใดที่เริ่มใช้ไบนารีออปชั่นและค้นพบกลยุทธ์ไบนารีที่ดีที่สุดทันที คุณก็เช่นเดียวกัน การหากลยุทธ์ที่เหมาะสมและการพัฒนากลยุทธ์จนสร้างกำไรนั้น คุณต้องวิเคราะห์สิ่งที่คุณกำลังทำ สร้างความแข็งแกร่งให้กับส่วนที่สร้างกำไรและกำจัดส่วนที่ทำให้คุณสูญเสียเงินทุน

หากไม่มีกลยุทธ์ดังกล่าว คุณจะกลายเป็นนักลงทุนที่ไม่มีหลักไม่มีฐาน คุณจะลองสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ ได้กำไรตรงนั้นที ขาดทุนตรงนี้ทีแต่คุณจะไม่มีวันเจอกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพ ในการกลับกัน คุณจะใช้เวลาตามกระแสเทรดดิ่งใหม่ๆ พยายามหาเครื่องมือแสนวิเศษแต่ก็หลงเชื่อความคิดที่ไม่ได้ประสิทธิภาพ

กลยุทธ์การวิเคราะห์และการพัฒนาที่ชัดเจนเท่านั้นที่จะช่วยให้คุณไม่พบกับชะตาดังกล่าว กลยุทธ์นี้จะช่วยให้คุณเข้าใจสิ่งที่ใช่และไม่ใช่สำหรับคุณและสร้างกลยุทธ์ชัดเจนที่สร้างกำไรให้แก่คุณ

อ่านกลยุทธ์ไบนารีออปชั่นต่อได้ด้านล่างนี้……..

มีกลยุทธ์ไบนารีออปชั่นประเภทใดบ้าง

กลยุทธ์ไบนารีออปชั่นมีมากมายหลายประเภท อย่างที่เราได้แจ้งไปก่อนหน้านี้แล้ว สิ่งหนึ่งที่กลยุทธ์เหล่านี้มีเหมือนกันคือ กลยุทธ์เหล่านี้สร้างสัญญาณและบอกคุณว่าคุณจะต้องเทรดสัญญาณนี้อย่างไรและคุณควรลงทุนเท่าไร อย่างไรก็ตามสำหรับแต่ละขั้นตอน มีกลยุทธ์มากมายที่แตกต่างกันออกไป เพื่อทำความเข้าใจกับความแตกต่างระหว่างกลยุทธ์ไบนารีออปชั่นประเภทต่างๆ มาดูแต่ละส่วนของกลยุทธ์กันก่อน

ส่วนที่ 1 การสร้างสัญญาณ

เพื่อหาโอการในการลงทุน กลยุทธ์ไบนารีออปชั่นใช้วิธีการสองวิธีการ ได้แก่ การวิเคราะห์ทางเทคนิคและการค้นหาผ่านข้อมูลข่าวสาร

สำหรับนักลงทุนมือใหม่ การค้นหาผ่านข้อมูลข่าวสารเป็นกลยุทธ์ที่ใช้โดยสัญชาตญาณ กลยุทธ์นี้จะทำให้คุณลงทุนกับราคาสูงเมื่อมีข่าวดีเกี่ยวกับสินทรัพย์ชนิดนั้นในตลาดและคุณจะลงทุนกับราคาต่ำเมื่อมีข่าวทางด้านลบเกี่ยวกับสินทรัพย์ชนิดนั้นในตลาด

เพื่อช่วยคุณใช้กลยุทธ์ดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โบรกเกอร์ส่วนใหญ่จัดปฏิทินเศรษฐกิจบนเว็บไซต์ของพวกเขา เมื่อจะเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่สำคัญ ตัวอย่างเช่น ข้อมูลการว่างงาน ข้อมูลกำไรของบริษัท ปฏิทินนี้จะบอกคุณว่าต้องมีความคาดหวังเช่นใดซึ่งจะช่วนให้คุณตัดสินใจว่าข่าวไหนดี ข่าวไหนแย่และการลงทุนของคุณควรเป็นไปในทิศทางใด

การเทรดด้วยข้อมูลข่าวสารเป็นการเทรกที่ง่ายและเรียนรู้ได้รวดเร็วแต่ก็มีข้อเสียเปรียบมากมาย เมื่อข่าวเข้าสู่ตลาดอาจ บ่อยครั้งมีการตอบสนองที่เหนือการคาดเดา นอกจากนั้น แม้ในตอนที่ข่าวดีทำให้ตลาดโตแต่บ่อยครั้งก็คาดเดาได้ยากว่าตลาดจะโตได้ใหญ่และนานแค่ไหน แม้นักลงทุนรายใหม่จะยอมรับความไม่แน่นอนดังกล่าวและอ้างว่าตนได้กำไรจากกลยุทธ์นี้ นักลงทุนได้พัฒนาการวิเคราะห์การเทคนิคที่สามารถคาดการความเคลื่อนไหวซึ่งเป็นอิสระจากอิทธิพลภายนอก

ด้วยจุดประสงค์นี้เอง การวิเคราะห์ทางเทคนิคเน้นไปที่ความเคลื่อนไหวของตลาดเพียงอย่างเดียว โดยการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของตลาดในอดีต นักวิเคราะห์การเทคนิคพยายามทำความเข้าใจว่าความเปลี่ยนแปลงทางจิตวิทยาประเภทใดที่มีอิทธิพลต่อตลาดในอดีตและจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไรในอนาคต

วิธีการนี้ซับซ้อนกว่าที่คุณคิด ในชีวิตประจำวันของเรา เราทั้งหมดต่างทำการวิเคราะห์ทางเทคนิคกันทั้งนั้น เช่น เมื่อเราเจอคนๆ หนึ่ง เขายิ้มเพื่อทักทายเรา เราก็จะคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ของความสัมพันธ์ที่ดี อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาแทบไม่มองเราเลย เราก็คาดการณ์ว่าเราทั้งคู่จะไม่มีวันเป็นเพื่อนกัน เราอาจปรับเปลี่ยนการคาดการณ์นี้ ขึ้นอยู่กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปและเราอาจต้องการเก็บรวบรวมข้อมูลก่อนการตัดสินใจครั้งสุดท้ายแต่เราก็จะพยายามทำความเข้าใจว่าทำไมคนๆ นี้ถึงทำเช่นนี้และจากนั้นก็พยายามคาดการณ์ว่าการกระทำใดเกิดจากแรงบันดาลนี้ในอนาคต

การวิเคราะห์ทางเทคนิคก็ทำเช่นนี้เมื่อวิเคราะห์ราคาสินทรัพย์ ถ้ามีคนเต็มใจซื้อหรือขายสินทรัพย์ดังกล่าวในราคาหนึ่ง การวิเคราะห์ทางเทคนิคสามารถคาดการณ์ว่าอิทธิภาพเหล่านี้จะทำให้ราคาของสินทรัพย์ขึ้น ลงหรือคงที่

เหมือนกับชีวิตประจำวันของเรา การวิเคราะห์ทางเทคนิคกำหนดรูปแบบบางอย่างที่ช่วยให้คุณสามารถคาดการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ในชีวิตประจำวันของเรา เราคาดว่ารอยยิ้มสวยๆจะนำไปสู่การพบปะที่เต็มไปด้วยมิตรภาพซึ่งการวิเคราะห์ทางเทคนิคใช้รูปแบบเดียวกัน การวิเคราะห์ทางเทคนิคมีทั้งรูปแบบกราฟแท่งเทียน กระแส ตัวบ่งชี้ทางเทคนิคและอื่นๆอีกมากมาย เครื่องมือแต่ละอย่างสามารถช่วยให้คุณคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในพริบตาเดียว

การเลือกว่าจะใช้วิธีการค้นหาผ่านข้อมูลข่าวสารหรือใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคนั้นขึ้นอยู่กับบุคคลิกของคุณ เราแนะนำให้คุณลองใช้ทั้งสองกลยุทธ์ด้วยบัญชีไบนารีออปชั่นทดลอง บัญชีทดลองเป็นบัญชีที่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่และช่วยให้คุณสามารถเทรดด้วยเงินปลอมแทนที่จะใช้เงินจริง เราจะอธิบายเกี่ยวกับบัญชีทดลองเพิ่มอีกในบทความนี้

สำหรับนักลงทุน มีกลยุทธ์ไบนารีออปชั่นที่เน้นการได้กำไรให้ระยะยาว ความเป็นไปได้ของบริษัทในอนาคต ข้อมูลตลาดพื้นฐาน ปัจจัยเหล่านี้สามารถกระทบต่อตลาดในระยะหลายสิบปีแต่ไม่ได้มีผลกระทบต่อไบนารีออปชั่น

ไบนารีออปชั่นเน้นความเคลื่อนไหวในระยะสั่น รู้ว่าหุ้นบริษัทจะเทรดในระยะเวลามากว่า 10 ปีซึ่งไม่ได้ช่วยให้คุณสามารถคาดการณ์ได้เลยว่าเทรดจะสูงขึ้นในหนึ่งชั่วโมงหรือไม่ ด้วยสาเหตุนั้นเอง กลยุทธ์แบบพื้นฐานจึงไม่เหมาะสมกับเทรดแบบไบนารีออปชั่น คุณควรเน้นกลยุทธ์ระยะสั้นและเมื่อเราพูดถึงกลยุทธ์ไบนารีออปชั่นบนเว็บไซต์นี้ เราพูดถึงกลยุทธ์ระยะสั้น

ส่วนที่สอง: รู้ว่าคุณควรลงทุนเท่าไร

กลยุทธ์การจัดการทางการเงินมีสามประเภทดังนี้

  1. กลยุทธ์การจัดการทางการเงินแบบไม่มี
  2. กลยุทธ์การจัดการทางการเงินแบบ Martingale
  3. กลยุทธ์การจัดการทางการเงินแบบร้อยละ

กลยุทธ์การจัดการทางการเงินทั้งหมดสามประเภทนี้ มีเพียงกลยุทธ์การจัดการทางการเงินแบบร้อยละเท่านั้นที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในระยะยาว

หากคุณไม่มีกลยุทธ์การจัดการทางการเงิน คุณจะพบกับโชคชะตาที่เลวร้ายที่เราได้กล่าวไปแล้ว คุณจะขาดทุนไปเรื่อยๆและไม่ช้าก็เร็วคุณจะเหลือเงินลงทุนเพียงนิดเดียว

กลยุทธ์การจัดการทางการเงินแบบ Martingale มาจากความเชื่อที่ว่าคุณควรลงทุนเยอะๆ หลังจากที่คุณขาดทุน เพื่อเอาทุนคืน ระบบ Martingale จะบอกให้คุณเพิ่มเงินลงทุนเป็นสองเท่าหลังการขาดทุนของทุกเทรดโดยคาดหวังว่าในที่สุด คุณจะได้กำไรจากการเทรดและได้รับกำไรมากมาย

ปัญหาของกลยุทธ์การจัดการทางการเงินเหล่านี้คือได้ผลในขณะที่ไม่ได้ผล หากคุณสามารถรับประกันกำไรจากการเทรดด้วยไบนารีออปชั่น คุณสามารถทำงานกับโชคได้ ในขณะที่กลยุทธ์เทรดที่ดีนั้นจะช่วยเพิ่มโชคแต่ก็ไม่ได้รับประกัน 100 เปอร์เซ็น ดังนั้นไม่ช้าก็เร็ว คุณจะพบกับคราวโชคร้าย ด้วยกลยุทธ์การจัดการทางการเงินแบบ Martingale คราวโชคร้ายจะทำลายคุณ

ถ้าคุณเสียเทรดติดต่อกัน 5 หรือ 10 เทรดซึ่งเกิดขึ้นกับนักลงทุนทุกๆคน กลยุทธ์การจัดการทางการเงินแบบ Martingale จะบังคับให้คุณเพิ่มเงินลงทุนหลังจากการเทรดทุกครั้ง ถ้าคุณเพิ่มเงินลงทุนเป็นสองเท่าหลังจากการสูญเสียทุกครั้ง ตัวอย่างเช่น หลังจากเสียเทรด 10 เทรด คุณจะต้องเพิ่มเงินลงทุน 1.024 เท่าจากการเทรดครั้งแรก เมื่อคุณได้ลงทุน 512 เท่ากับเทรดที่แล้ว คุณจะไม่มีเงินเหลือเลยซึ่งหมายความว่า คุณล้มละลาย

แม้ว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้ยาก ถ้าคุณเทรดหนึ่งปี คุณจะพบสถานการณ์เช่นนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการล้มละลาย คุณต้องหลีกเลี่ยงการใช้กลยุทธ์การจัดการทางการเงินแบบ Martingale ทำให้เหลือแต่กลยุทธ์การจัดการทางการเงินแบบร้อยละ กลยุทธ์นี้ทำงานตรงกันข้ามกับกลยุทธ์การจัดการทางการเงินแบบ Martingale กลยุทธ์นี้ลดเงินลงทุนของคุณหลังจากการเสียเทรดและเพิ่มเงินลงทุนหลังจากการชนะเทรด กลยุทธ์นี้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้โดยการลงทุนเป็นจำนวนร้อยละไม่มากจากจำนวนทั้งหมดในบัญชีของคุณ

ตามทฤษฎีแล้ว คุณจะลงทุนน้อยกว่าร้อยละ 5 ของแต่ละเทรด นักลงทุนที่ต้องการลดความเสี่ยงอาจลงทุนเพียงแค่ร้อยละ 2 และนักลงทุนที่ต้องการเสี่ยงอาจลงทุนร้อยละ 5 ต่อเทรด

กลยุทธ์การจัดการทางการเงินแบบร้อยละ คุณสามารถลงทุนร้อยละ 3 ในเทรดเดียว ยอดเงินในบัญชี 1000 ดอลล่าร์ คุณก็จะลงทุนเพียงแค่ 30 ดอลล่าร์ ถ้ายอดเงินในบัญชีเพิ่มสูงขึ้นเป็น 2000 ดอลล่าร์ คุณก็จะลงทุน 60 ดอลล่าร์และถ้ายอดเงินในบัญชีลดลงเหลือ 500 ดอลล่าร์ คุณจะลงทุน 15 ดอลล่าร์

กลยุทธ์การจัดการทางการเงินแบบร้อยละจะปรับเงินลงทุนต่อเทรดของคุณให้เป็นไปตามกำลังเงินและช่วยให้คุณลงทุนเท่ากับกำลังเงินของคุณ ไม่มากกว่าหรือน้อยกว่า คุณจะสามารถเอาตัวรอดในคราวโชคร้ายและก็สามารถเพิ่มกำไรเมื่อยอดเงินในบัญชีของคุณเพิ่มขึ้น

ส่วนที่ 3 การพัฒนา

เมื่อพูดถึงกลยุทธ์การวิเคราะห์และการพัฒนา เราก็ต้องพูดถึง บันทึกการเทรด บันทึกการเทรดเป็นสิ่งที่จะช่วยคุณทำคความเข้าใจว่าทำไมคุณถึงเทรดและแรงผลักดันนี้ส่งผลอย่างไรต่อคุณ

เพื่อเข้าใจระบบนี้ มาดูตัวอย่างกัน ให้คิดว่าคุณเป็นนักลงทุนที่ผสานการค้นหารูปแบบการเทรดจากข้อมูลข่าวสารเข้ากับการวิเคราะห์ทางเทคนิค เพื่อพัฒนาการเทรดของคุณ คุณต้องการรู้ว่าการเทรดแบบไหนที่ได้ใช่สำหรับคุณ คุณสามารถบันทึกการเทรดทุกครั้งไม่ว่าจะเกิดจากข้อมูลข่าวสารหรือสัญญาณจากการวิเคราะห์ทางเทคนิคและไม่ว่าคุณจะได้กำไรหรือขาดทุนลงบนบันทึกการเทรดได้

ผ่านไปไม่นาน คุณจะมองเห็นรูปแบบ ตัวอย่างเช่น คุณได้กำไรร้อยละ 60 ของเทรดจากการเทรดแบบใช้ข้อมูลข่าวสารแต่ได้กำไรร้อยละ 75 จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค การมองเห็นลักษณะดังกล่าวนำไปสู่การเลิกใช้การเทรดจากข้อมูลข่าวสารและเน้นเทรดจากการวิเคราะห์ทางเทคนิคแทนและในขั้นตอนต่อไป คุณสามารถระบุได้ว่าเครื่องมือใดของการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ใช้สำหรับคุณและระบุกลยุทธ์ของคุณได้ต่อไป

ให้ความสนใจกับรายละเอียดและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คุณสามารถใช้กลยุทธ์การวิเคราะห์และการพัฒนาเพื่อเพิ่มผลกำไร แม้ว่าคุณจะเพิ่งเริ่มลงทุน คุณก็สามารถทำกำไรได้ในที่สุดและเพิ่มกำไรต่อไปเรื่อยๆ

แน่นอนว่ากลยุทธ์การวิเคราะห์และการพัฒนามีผลต่อการเทรดทุกส่วนของคุณ ไม่ใช่เพียงกลยุทธ์การเทรดของคุณเท่านั้น คุณอาจถามคำถามต่อไปนี้กับตัวเองได้

  • ทำไมการจัดการทางการเงินใช่สำหรับฉัน
  • ฉันเทรดเวลาใดถึงจะก่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
  • ฉันได้กำไรจากสินทรัพย์ใดมากที่สุด
  • ฉันไม่ควรเทรดเมื่ออยู่ในอารมณ์ใดหรือไม่
  • โบรกเกอร์ใดที่ใช่สำหรับฉัน

คำถามเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างคร่าวๆเท่านั้น บันทึกการเทรดสามารถช่วยคุณวิเคราะห์ด้านต่างๆของการเทรดได้ เราแนะนำให้คุณวิเคราะห์ไปทีละด้านไม่เช่นกันผลลัพธ์ของคุณจะยากต่อการประเมิน

ตัวอย่างของกลยุทธ์การเทรดมีอะไรบ้าง

เพื่อช่วยให้คุณทำความเข้าใจกับกลยุทธ์การเทรดได้ง่ายขึ้น เราต้องการหาจุดเริ่มต้นให้กับคุณ ด้วยจุดประสงค์นี้เอง เราจะยกตัวอย่างของกลยุทธ์การเทรด อธิบายทฤษฎีของกลยุทธ์เหล่านี้และประเภทของนักลงทุนที่ควรใช้กลยุทธ์เหล่านี้ เราจะเน้นที่กลยุทธ์การเทรดเพราะเราได้อธิบายกลยุทธ์สองประเภทไปแล้วคือ กลยุทธ์การจัดการทางการเงินและกลยุทธ์การวิเคราะห์และการพัฒนา

ตัวอย่างกลยุทธ์การเทรดหมายเลข 1: การเทรดตามกระแส

เมื่อตลาดขึ้นๆลงๆ และไม่ค่อยอยู่บนเส้นตรง ตลาดจะขยับเป็นเส้นซิกแซก เราต้องก้าวก่อนสองก้าวและถอยหลังก้าวเดียวก่อนเสมอ การเคลื่อนไหวแบบซิกแซกเรียกว่า กระแสและสามารถคาดการณ์ได้ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับกลยุทธ์นี้

เพื่อเทรดตามกระแสมีความเป็นไปได้อยู่สองอย่างคือ

  1. คุณสามารถตามกระแสโดยรวม เมื่อคุณมองเห็นกระแส คุณสามารถคาดการณ์ได้ว่า กระแสนั้นจะดำเนินต่อไปหรือไม่ บ่อยครั้ง กระแสจะดำเนินต่อไปเป็นเวลานานและการทำความเข้าใจว่ากระแสใดที่กำลังมีอิทธิพลต่อตลาดในขณะนี้ คุณจะมีโอกาสในการเทรดอยู่เสมอ
  2. คุณสามารถตามกระแสขึ้นลงแต่ละกระแสได้ ถ้าคุณต้องการเทรดเพิ่มแม้ว่าจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงก็ตาม คุณอาจลองเทรดตามเส้นซิกแซกของกระแสก็ได้ เมื่อกระแสกำลังขึ้น เส้นกระแสขึ้นใหม่แต่ละเส้นจะสูงกว่าเส้นกระแสขึ้นเก่าและเส้นกระแสต่ำแต่ละเส้นใหม่สูงกว่าเส้นกระแสต่ำเก่า เมื่อกระแสลง เส้นกระแสขึ้นใหม่แต่ละเส้นจะต่ำกว่าเส้นกระแสขึ้นเก่าและเส้นกระแสต่ำใหม่แต่ละเส้นจะต่ำกว่าเส้นกระแสต่ำเก่า การกระทำเช่นนี้จะทำให้เราสามารถคาดการณ์การเคลื่อนไหวต่อไปได้และช่วยให้คุณสามารถชนะไบนารีออปชั่น

แน่นอนว่าคุณสามารถรวมทั้งสองวิธีการนี้เข้าด้วยกันและเทรดตามกระแสด้วยหลายๆวิธีในเวลาเดียวกัน

วิธีดั้งเดิมสำหรับการเทรดตามกระแสคือ การเทรดตามกระแสขึ้นลง กระแสขึ้นลงสามารถคาดการณ์ได้ว่าตลาดจะเทรดสูงขึ้นหรือเทรดต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบันหลังจากเวลาที่กำหนดซึ่งเหมาะสำหรับกระแส เพื่อเทรดตามกระแสขึ้น คุณต้องลงทุนกับตัวเลือกที่สูง เพื่อเทรดตามกระแสลง คุณต้องลงทุนกับตัวเลือกที่ต่ำ

ถ้าคุณยอมรับความเสี่ยงเพื่อแลกกับกำไรสูงๆ คุณก็สามารถเทรดออปชั่น One touch ได้ เมื่อเทรดออปชั่น One touch แล้ว คุณจะสามารถคาดการณ์ได้ว่าตลาดจะแตะราคาที่ตั้งเป้าไว้ได้หรือไม่ เทรดเป็นเครื่องมือที่ดีในการคาดการณ์กระแสในอนาคต

ไม่ว่าคุณจะใช้กลยุทธ์ใด กระแสจะสร้างโอกาสในการเทรดให้คุณได้ตลอดเวลาและเป็นเครื่องมือที่ดีเพื่อการวางแผนกลยุทธ์

ตัวอย่างกลยุทธ์การเทรดหมายเลข 2: การเทรดตามข้อมูลข่าวสาร

ข่าวสำคัญบ่อยครั้งมักจะมีผลกระทบอย่างมากต่อตลาด เมื่อบริษัทบรรลุเป้าหมายของตลาด ราคาจะพุ่งสูงขึ้นและเมื่อรัฐบาลเผยแพร่ข้อมูลการว่างงานอันน่าผิดหวัง ตลาดทั้งหมดจะลดตกต่ำลง

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนข่าวให้เป็นการตัดสินใจเทรดเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ข้อมูลข่าวสารต่างกับกระแสที่สามารถนำมาคาดการณ์ได้อย่างถูกต้องแม่นยำตามหลักคณิตศาสตร์ ข่าวสารไม่ได้บ่งบอกว่าตลาดจะพุ่งสูงขึ้นหรือต่ำลงเท่าใดหรือตลาดจะพุ่งสูงขึ้นหรือต่ำลงนานแค่ไหน

เพื่อช่วยคุณสร้างกำไรโดยการเทรดตามข้อมูลข่าวสาร วิธีการสามวิธีต่อไปนี้คือวิธีการเปลี่ยนข่าวให้เป็นการตัดสินใจเทรดแม้ว่าจะเป็นเรื่องยากก็ตาม

  1. เทรดทะลุแนวรับแนวต้าน เมื่อข่าวใหญ่เข้าสู่ตลาด บ่อยครั้งจะมีการตอบสนองที่รุนแรงซึ่งอยู่ในรูปแบบของการเคลื่อนไหวที่รุนแรง ด้วยออปชั่น 60 วินาที คุณสามารถเทรดตามการตอบสนองที่รุนแรงนี้และทำกำไรไบนารีออปชั่นได้อย่างรวดเร็ว ออปชั่น 60 วินาทีทำงานเหมือนกับออปชั่นสูงต่ำแต่มีเวลาหมดอายุที่สั่นกว่ามากจาก 30 วินาทีถึง 300 วินาทีซึ่งเหมาะสำหรับการเทรดที่มีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเหมือนกับการทะลุแนวรับแนวต้าน
  2. เทรดบาวน์ดารีออปชั่น บาวน์ดารีออปชั่นจะกำหนดราคาเป้าหมายสองราคาโดยใช้ราคาตลาดปัจจุบันเป็นหลัก ราคาหนึ่งอย่สูงกว่าราคาตลาดปัจจุบันและอีกราคาหนึ่งจะอยู่ต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน เพื่อทำกำไรในบาวน์ดารีออปชั่น ตลาดต้องแตะราคาทั้งสอง ดังนั้นบาวน์ดารีออปชั่นจะเหมาะเมื่อคุณคาดว่าจะมีการเคลื่อนไหวที่รุนแรงแต่ไม่แน่ใจว่าจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางใด คุณจะพบสถานการณ์นี้บ่อยก่อนข่าวจะมีแผนเข้าสู่ตลาด คุณไม่ว่าข่าวจะดีหรือไม่ดีแต่คุณรู้ว่าตลาดจะตอบสนองอย่างรุนแรงซึ่งเป็นสภาพที่เหมาะสมสำหรับการเทรดบาวน์ดารีออปชั่น
  3. เทรดออปชั่นแบบสูงต่ำ ใช้ออปชั่นแบบสูงต่ำเป็นวิธีการเทรดตามข้อมูลข่าวสารที่ง่ายที่สุดแต่ก็มีความซับซ้อน คุณต้องทำความเข้าใจว่าตลาดได้ใช้ความคาดหวังบางอย่างเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคา ดังนั้นเมื่อข่าวดีเผยแพร่ออกมา ตลาดจะไม่พุ่งสูงขึ้นเสมอไป ขึ้นอยู่กับว่าข่าวบรรลุเป้าหมายของตลาดหรือไม่ สิ่งนี้ทำให้การใช้ออปชั่นแบบสูงต่ำยากขึ้น หากคุณสบายใจกับการคาดการณ์ ออปชั่นสูงต่ำเป็นเครื่องมือที่ดีสำหรับการทำกำไรจากเทรดตามข้อมูลข่าวสาร

รูปแบบการเทรดดังกล่าวเป็นเพียงสามตัวอย่างของการเทรดตามข้อมูลข่าวสาร นักลงทุนสามารถเทรดด้วยวิธีการต่างๆอีกมากมาย นักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงสามารถใช้ออปชั่นแบบ one touch อย่างไรก็ตามบทนำนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการทำความเข้าใจกับความเป็นไปได้ที่แตกต่างกันออกไปและสามารถสร้างกลยุทธ์ของตนเอง

ตัวอย่างกลยุทธ์การเทรดหมายเลข 3: เทรดแบบกราฟแท่งเทียน

การเทรดแบบกราฟแท่งเทียนอาจเป็นกลยุทธ์ที่ง่ายที่สุกสำหรับนักลงรายใหม่เพื่อสร้างผลกำไรให้กับการลงทุน

กราฟแท่งเทียนเป็นรูปแบบการแสดงความเคลื่อนไหวของตลาดรูปแบบพิเศษ แทนที่จะแสดงการเคลื่อนไหวของราคาเป็นเส้นกราฟซึ่งเป็นแผนภูมิที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย กราฟแท่งเทียนแสดงความเคลื่อนไหวของตลาดในรูปแบบของแท่งเทียนหลายแท่ง แท่งเทียนแต่ละแท่งรวบรวมความเคลื่อนไหวของตลาดในระยะเวลาที่กำหนดและแสดงราคาเปิด ราคาปิดและราคาสูงต่ำของระยะเวลานั้นๆ

ด้วยการปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย กราฟแท่งเทียนจะบอกคุณทั้งหมดที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับระยะเวลานั้น คุณจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการเปิด การปิดและช่วงการเทรดแบบเต็มซึ่งหมายความว่าคุณจะรู้ทุกๆราคาที่ตลาดทำได้ในระยะเวลานั้น กราฟเลือกใช้เพียงราคาเดียวจากราคาทั้งหมดโดยไม่สนใจราคาที่เหลืออื่นๆ ตัดข้อมูลส่วนใหญ่ของระยะเวลานั้นออก

เพื่อเทรดแบบกราฟแท่งเทียนกับไบนารีออปฟชั่น สิ่งที่คุนต้องทำคือเรียนรู้และทำความเข้าใจรูปแบบกราฟแท่งเทียนที่สำคัญ กราฟแท่งเทียนมีมากมายกว่าร้อยแบบ เรียนรู้เพียงสี่ห้าแบบก็ถือว่าพอแล้วสำหรับการเริ่มต้นเส้นทางการลงทุน

ตัวอย่าง รูปแบบกราฟแท่งเทียนที่สำคัญคือ ช่องว่าง เมื่อตลาดกระโดดจากราคาหนึ่งไปสู่ราคาหนึ่ง ทำให้ราคาในช่วงการกระโดดกลายเป็นช่องว่างซึ่งอาจนำไปสู่สามกรณีนี้

  1. ถ้าเกิดช่องว่างขึ้นระหว่างระยะเวลาที่มีปริมาณเทรดต่ำ หลังจากที่ตลาดปิดไม่นาน ช่องว่างก็จะปิดด้วย ในสภาพเช่นนี้ มีเพียงนักลงทุนไม่กี่คนที่ยังอยู่ในตลาดและช่องว่างก็สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายซึ่งช่องว่างส่วนใหญ่นั้นเป็นความผิดพลาดของนักลงทุน เมื่อคุณมองเห็นข้อผิดพลาดแล้ว คุณจะสามารถคาดการณ์ว่าช่องว่างนั้นสามารถปิดได้อีกครั้ง การคาดการณ์ที่แม่นยำเช่นนั้นสามารถสร้างผลกำไรที่สูงได้
  2. หากเกิดช่องว่างเกิดขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนที่ในแนวราบที่มีปริมาณการเทรดสูง ช่องว่างนั้นคือช่องว่างทะลุแนวรับแนวต้าน มีความเป็นไปได้ว่า ช่องว่างนี้จะเริ่มการเคลื่อนที่ใหม่ในทิศทางของช่องว่างซึ่งคุณสามารถใช้คาดการณ์การเทรดได้
  3. ถ้าช่องว่างเกิดขึ้นในทิศทางของการเคลื่อนขึ้นลงที่มีปริมาณการเทรดสูง ช่องว่างนั้นคือช่องว่างเร่ง เป็นไปได้ว่าช่องว่างเหล่านี้จะเสริมความเคลื่อนไหวของตลาดให้แข็งแกร่งขึ้นซึ่งคุณสามารถใช้คาดการณ์เทรดได้
  4. มีรูปแบบกราฟแท่งเทียนอีกมากมายที่จะสามารถสร้างโอกาสการเทรดให้กับคุณ รูปแบบทั้งหมดเป็นไปตามหลักง่ายๆ เช่น ช่องว่าง การรู้และเข้าใจรูปแบบง่ายๆในการเคลื่อนไหวของตลาด คุณจะสามารถค้นพบโอกาสการเทรดมากมายจากสินทรัพย์รูปแบบต่างๆและในตลาดทุกสภาพ

ต้องทำอย่างไรถึงจะเจอกลยุทธ์ที่ต้องการแบบไม่ต้องเสี่ยงต่อการขาดทุน

อย่างที่ได้เห็นจากบทความนี้ว่ากลยุทธ์ไบนารีออปชั่นนั้นมีมากมายหลายประเภท ดังนั้น การค้นหากลยุทธ์ที่เหมาะสำหรับคุณต้องใช้เวลาเพราะนักลงทุนแต่ละคนนั้นแตกต่างกับและไม่สามารถแนะนำกลยุทธ์เดียวที่เหมาะกับทุกคน

ถือว่าเป็นปัญหา การทดสอบกลยุทธ์ไบนารีประเภทต่างๆ โดยที่รู้ว่ากลยุทธ์บางประเภทนั้นไม่กับคุณและเสี่ยงต่อการขาดทุน คุณทำผิดเล็กๆน้อยๆและอาจเทรดแบบที่คุณไม่อยากทำซึ่งจะนำไปสู่การเสียเทรด สำหรับนักลงทุนที่ยังใหม่กับไบนารีออปชั่นและมีเงินลงทุนที่จำกัด การขาดทุนครั้งนี้สามารถนำไปสู่จุดจบของเส้นทางการลงทุนก่อนที่จะเริ่มต้นขึ้นด้วยซ้ำจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมการค้นหากลยุทธ์ไบนารีออปชั่นที่ใช้เป็นขั้นตอนที่ยากที่สุดของอาชีพนักลงทุน

โชคดีที่โบรกเกอร์ไบนารีออปชั่นคิดค้นวิธีการทำให้ขั้นตอนนี้ง่ายขึ้นสำหรับคุณซึ่งก็คือ บัญชีไบนารีออปชั่นแบบทดลอง

บัญชีไบนารีออปชั่นแบบทดลองเป็นบัญชีเต็มรูปแบบที่มีลูกเล่นอันแพรวพราว คุณสามารถใช้ฟังชั่นทั้งหมดที่โบรกเกอร์จัดหามาให้ได้ ได้กำไรเหมือนกันและเทรดสินทรัพย์ได้เหมือนบัญชีจริงทั้งหมดแต่คุณใช้เงินปลอมแทนที่จะเป็นเงินจริงในการเทรด

โบรกเกอร์ส่วนใหญ่มีบัญชีทดลองและเมื่อคุณติดสินใจใช้โบรกเกอร์ที่คุณต้องการเทรดด้วยได้แล้ว เป็นความเป็นไปได้สูงว่าโบรกเกอร์นั้นจะเสนอบัญชีทดลองให้กับคุณด้วย

คุณสามารถใช้บัญชีทดลองเพื่อก้าวเข้าสู่โลกแห่งไบนารีออปชั่นได้อย่างปราศจากความเสี่ยง บัญชีทดลองนี้ช่วยให้คุณสามารถพัฒนากลยุทธ์โดยไม่ต้องกลัวการขาดทุน คุณสามารถลองกลยุทธ์ไบนารีออปชั่นทั้งหมดที่คุณต้องการและดูว่าคุณสามารถสร้างกำไรจากกลยุทธ์เหล่านี้หรือไม่ เมื่อคุณพบกลยุทธ์ที่ใช่และพอใจสำหรับคุณ คุณก็สามารถเริ่มเทรดด้วยเงินจริงและรู้ว่าคุณจะได้รับกำไร สิ่งต่างๆที่กล่าวมาขึ้นคือความสามารถของบัญชีไบนารีออปชั่นทดลอง

บัญชีทดลองไอคิวออปชั่นก่อให้เกิดประโยชน์ในทุกๆด้าน

  • ได้กำไรเฉลี่ยถึงร้อยละ 85 ไอคิวออปชั่นทำให้คุณอยู่ในตำแหน่งที่สมบูรณ์แบบสำหรับการทำกำไร คุณเพียงแค่ต้องชนะร้อยละ 55 ของเทรดเท่านั้นเพื่อสร้างกำไรกับไอคิวออปชั่น เนื่องจากไบนารีออปชั่นมีเพียงสองตัวเลือกเมื่อเกิดเหตุการณ์ (การเพิ่มขึ้นหรือลดลงของราคา) คุณสามารถชนะร้อยละ 50 ของเทรดได้ด้วยการคาดการณ์ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นในอนาคตเหมือนกับการหมุนเหรียญ แม้จะมีประสบการณ์ไม่มากแต่คุณควรจะเพิ่มมูลค่าให้สูงร้อยละ 55 ได้โดยง่าย
  • ไอคิวออปชั่นเน้นออปชั่นสูงต่ำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ง่ายต่อการเทรดมากที่สุดสำหรับนักลงทุนรายใหม่ โดยการช่วยให้คุณคาดการณ์ว่าตลาดจะสูงขึ้นหรือต่ำลงโดยไม่มีเงื่อนไขเพิ่มเติม ไอคิวออปชั่นแนะนำนักลงทุนใหม่สู่การเทรดแบบไบนารีที่ไม่ต้องใช้ออปชั่นมากเกินความจำเป็น
  • ไอคิวออปชั่นควบคุมสหยุโรป หากคุณต้องการเทรดด้วยเงินลงทุนจริงๆเมื่อคุณทดลองใช้บัญชีทดลองเรียบร้อยแล้ว กฏระเบียบนี้รับประกับว่าคุณได้เทรดกับโบรกเกอร์ที่เชื่อถือ

สร้างบัญชีฟรีกับไอคิวออปชั่นที่นี่
เริ่มสร้างกำไรได้วันนี้ แค่ฝากเงินเพียง 10 ดอลล่าร์กับไอคิวออปชั่น

เพราะได้นำข้อได้เปรียบดังกล่าวมารวมกัน บัญชีไอคิวออปชั่นทอลองจึงเหมาะสำหรับนักลงทุนรายใหม่ เราแนะนำบัญชีทดลองนี้ให้กับนักลงทุนรายใหม่ทุกคนและเราแนะนำให้คุณลองใช้ด้วย เพราะคุณก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว คุณก็ควรหาวิธีการสนุกๆในการสร้างกำไร คุณจะปฎิเสธข้อเสนอดีๆอย่างนี้ได้อย่างไร

ข้อสรุป

กลยุทธ์ไบนารีออปชั่นเป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จในการเทรดของคุณ นักลงทุนทุกคนควรมีกลยุทธ์ย่อยทั้งสามกลยุทธ์นี้ได้แก่

  1. กลยุทธ์การเทรด
  2. กลยุทธ์การจัดการทางการเงิน
  3. กลยุทธ์การวิเคราะห์และการพัฒนา

กลยุทธ์ไบนารีออปชั่นทั้งสามกลยุทธ์นี้จะเป็นหลักสู่ความสำเร็จของการเทรดแบบไบนารีออปชั่น หากไม่มีทั้งสามกลยุทธ์นี้ก็จะไม่เกิดผลสำเร็จ แม้การสร้างกลยุทธ์ย่อยทั้งสามกลยุทธ์ที่ใช่สำหรับคุณจะเป็นเรื่องยากแต่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงขั้นตอนนี้ได้ ด้วยบัญชีทดลองไบนารีออปชั่น คุณจะสามารถเริ่มขั้นตอนนี้ได้ฟรีและสิ้นสุดขั้นตอนนี้ได้โดยไม่เสี่ยงต่อการสูญเสียเงินซักบาทเดียว โดยเฉพาะไอคิวออปชั่นที่เหมะสำหรับนักลงทุนรายใหม่ในตลาดไบนารีออปชั่น

thai binary options, binary trading, forex thailand, iqoption thai
Start now

ทำเงินง่าย ๆ ในขั้นตอน 3 ขั้นตอน!

วิธีการของผมไม่สามารถใช้ได้ทุกที่ ธนาคารและผู้เทรดส่วนมากไม่รู้เกี่ยวกับวิธีนี้ และถึงแม้พวกเขาจะรู้ว่ามันคืออะไร พวกเขาก็ไม่ได้อยู่ภายใต้เงื่อนไข มันเป็นสิ่งที่นำเสนอให้กับคนทั่วไป นั่นจึงเป็นเหตุผลที่การเลือกโบรกเกอร์ที่ได้รับใบอนุญาตและน่าเชื่อถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณสามารถทำเงินได้ นี่คือโบรกเกอร์ 2 แห่งที่ผมชอบใช้ ลงทะเบียนกับหนึ่งในโบรกเกอร์ดังกล่าว หรือลงทะเบียนทั้งสองแห่ง ในเว็บไซต์มีคำแนะนำ วิดีโอฝึกสอนและที่ปรึกษาส่วนตัว ฟรี

ทดลองใช้งานกลยุทธ์ด้วยเวอร์ชันทดลอง:

  Olymp Trade

Smartex International Ltd
โบรกเกอร์ที่ให้ท่านสามารถทดลองเวอร์ชั่นทดลองฟรีและความต้องการขั้นต่ำในการฝากเงินยังน้อยมากอีกด้วย
เคล็ดลับของผม: ในโบรกเกอร์นี้ท่านสามารถเทรดด้วยเงินจำนวนน้อยได้ จำนวนเงินที่น้อยที่สุดที่สามารถเทรดได้เพียง $1
ฝากเงินขั้นต่ำ: 10$
 

  IQ Option

IQOption Europe Ltd
โบรคเกอร์ใหม่ที่มีการจ่ายเงินรางวัลสูงเป็นพิเศษ (92%) และกำหนดการฝากเงินขั้นต่ำน้อยมาก
เคล็ดลับของผม: โบรคเกอร์นี้เหมาะสำหรับมือใหม่ ที่ต้องการเริ่มซื้อขายด้วยการฝากเงินจำนวนน้อย
ฝากเงินขั้นต่ำ: $10
 
 
 
 
 

 เพิ่มความคิดเห็นใหม่!

สอบถามหรือแบ่งปันประสบการณ์ของคุณ
คุณจะได้รับคำแนะนำโดยละเอียดส่งไปยังอีเมลของคุณ